Thursday, August 5, 2010
อีกประมาณ 3 อาทิตย์กว่าๆ จะไปจีนแล้ว ยังทำเงินไม่ได้เลย
ผู้เขียนเรียนป. ตรีปีนี้ ประมาณต้นเดือนมิถุนาก็สะสางงานที่ม. ทุกอย่างเสร็จแล้ว ถึงจะยังไม่ได้รับปริญญา แต่ก็ถือว่าจบแบบสมบูรณ์แบบแล้ว ตอนนี้อยู่บ้านเฉยๆ อ้างกับคนอื่น (ซึ่งชอบถามนักจังประเภทแบบเรียนจบแล้วใช่ไหม แล้วทำงานหรือยัง ทำงานอะไร ไม่รู้จะกดดันกันไปถึงไหน) ว่าตอนนี้รอเรียนต่อ ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ เห้อ แต่เอาจริงๆ แล้วอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ง่ายอย่างใจคิดเลย พอเรียนจบ ป. ตรีแล้ว มันก็เหมือนเป็นประเพณีว่าควรจะทำงานหาเงิน เลี้ยงตัวเองได้แล้วถึงจะถูก แต่เพราะผู้เขียนเองก็ขี้เกียจทำงานนอกบ้าน ยังไม่อยากเผชิญความจริง ก็เลยหาข้ออ้างนู่น ข้ออ้างนี้ไปเรื่อย ข้ออ้างที่พูดบ่อยที่สุดก็คือ มีเวลาว่างจริงๆ ก่อนไปเรียนต่อไม่ถึงสามเดือน ไปทำงานที่ไหนก็ไม่คุ้ม ไม่คุ้มค่าเดือนทางไปทำงาน ไม่คุ้มค่าที่พัก ไม่คุ้มค่าซื้อของหากต้องไปทำงานไกล แล้วก็ไม่รู้ว่าพวกบริษัทเขาต้องเซ็นสัญญาทำงานสามเดือนขึ้นเป็นอย่างน้อยหรือเปล่า สรุปสาวแม่น้ำทั่วประเทศมาเป็นข้ออ้างไม่ทำงาน แต่ถึงจะอย่างนั้นก็รู้สึกกดดันที่อยู่บ้านเฉยๆ อยู่ดี เพราะว่าผู้เขียนเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับพี่สาว (มันอดเปรียบเทียบไม่ได้จริงๆ) ตอนนี้พี่สาวก็เรียนโทอยู่เหมือนกัน แต่พี่สาวเค้าทำงานทางอินเตอร์เน็ตไปด้วย ถึงพ่อแม่จะจ่ายค่าเทอมให้ แต่ค่ากินอยู่พี่สาวเค้าก็หาเองได้ พยายามปลอมใจตัวเองว่าช่างเถอะ ของเราไปทุนพ่อแม่ไม่ต้องจ่าย แต่--เห้อ--มาคำนวณดูสงสัยว่าเงินที่ได้จากทุนอาจจะไม่พอกิน คือโอเคมันอาจจะพอกิน แต่ไม่พอเที่ยว ไอ้เราก็ไม่กะไปแล้ววันๆ เอาแต่เรียนไม่ทำกิจกรรมอื่นด้วยเลยลำบากหน่อย เห้อ....ช่วงเกือบสามเดือนที่อยู่บ้านเฉยๆ นี้ก็เลยลองหาเงินจากอินเตอร์เน็ตดู--เห้อ--ไม่ง่ายเลยจริงๆ ใช้เครดิตพ่อลงทุนไปจะเป็นหมื่นแล้วได้เงินคืนมาแค่สิบแปดเหรียญเอง ไอ้งานที่พี่สาวทำอยู่ เราก็ไม่อยากทำเพราะไม่อยากไปแย่งงาน แย่งลูกค้าพี่สาว เห้อ---ยังไม่เจียมตัวอีก ตอนนี้ไม่กล้าใช้เครดิตพ่อแล้ว เลยใช้เงินตัวเองที่ได้จากการทำ ptc (paid to click) แทน ก็ได้ไม่เยอะหรอก แต่มันก็พอเป็นค่าลงโฆษณาสำหรับงานอื่นๆ ที่ทำทางอินเตอร์เน็ตบ้าง เอาเถอะ ถ้ามันจะหาเงินไม่ได้ (แถมเสียเงินอีกต่างหาก) ก็ช่างเถอะ ก็กะๆ ไว้ว่าถ้าไม่เกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ก็จะเกษียณตัวเองตอนอายุเจ็ดสิบ ยังมีเวลาอีกเกือบห้าสิบปี มีเวลาลองถูกลองผิดอีกเยอะ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องกดดัน ค่อยๆ ทำไปตามปัญญาที่มีเงินทุนจะพอกินไม่พอกิน เดี๋ยวอีกไม่นานก็จะรู้แล้ว อีกอย่าง ถ้ามันไม่พอจริงๆ ก็ตอกก้อนยโสบนไหล่ออก แล้วก็แบมือขอพ่อแม่ไปก่อน :)
Subscribe to:
Comments (Atom)